แกงส้มหน่อไม้ดอง

แกงส้มหน่อไม้ดอง

หน่อไม้ดิบ หรือหน่อไม้ดองมีอันตรายต่อร่างกายแน่นอนค่ะ ดังนั้นก่อนกินควรต้มให้สุกก่อน หรือถ้าอยากเอามาทำเป็นอาหารขอแนะนำแกงส้มหน่อไม้ดอง หรือแกงเหลืองหน่อไม้ดองสูตรจากคุณเนินน้ำ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรนี้เป็นแกงส้มปักษ์ใต้ ดังนั้นมีความแซ่บไม่เป็นสองรองใคร เลือกใส่เนื้อปลา หรือเนื้อกุ้งลงไปก็ได้ค่ะ ทำเป็นหม้อกินได้ทั้งครอบครัวเลยนะคะ

ส่วนผสม แกงส้มหน่อไม้ดอง

หน่อไม้ดอง
น้ำพริกแกงส้ม
ปลาสด หรือกุ้งสด
ใบมะกรูด
น้ำปลา
น้ำตาลปี๊บ
น้ำมะขามเปียก

วิธีทำแกงส้มหน่อไม้ดอง
1. นำหน่อไม้ดองไปต้มแล้วเทน้ำทิ้งสัก 1 รอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ

2. นำน้ำพริกแกงไปละลายน้ำ (เราใช้พริกแกงสำเร็จรูปของนิตยาซึ่งมีชื่อเรื่องแกงเขียวหวาน แต่วันนี้เราขอลองแกงส้มค่ะ)

3. นำขึ้นตั้งไฟให้เดือด ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ ปรุงรสตามชอบ

4. พอน้ำแกงเดือดจัด ใส่ปลาลงไปต้มให้สุก ระหว่างนี้ห้ามคนเด็ดขาดเพื่อไม่ให้คาว (กรณีใช้กุ้งสดให้ข้ามขั้นตอนนี้ไป โดยใส่กุ้งสดในขั้นตอนสุดท้าย)

5. ใส่หน่อไม้ที่เตรียมไว้ลงไป พอเดือดชิมรสอีกครั้งให้ถูกใจ

6. ใส่ใบมะกรูด ปิดไฟ (หากใช้ปลาทะเลที่มีกลิ่นคาวจัด ควรเพิ่มน้ำมะกรูดและลูกมะกรูดลงไปช่วยดับคาว) ตักใส่ชาม พร้อมเสิร์ฟ

ทูน่าผัดพริกแกง

ทูน่าผัดพริกแกง

ถั่วฝักยาวดิบมีความกรอบเคี้ยวเพลินก็จริงนะคะ ยิ่งถ้าได้กินคู่กับน้ำพริกด้วยแล้วฟินมากเลย แต่เพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่า ถ้ากินถั่วฝักยาวดิบในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน รวมถึงท้องเสียด้วย ดังนั้นก่อนกินเราสามารถเอาไปลวก หรือเอามาทำเมนูทูน่าผัดพริกแกงสูตรจากคุณย่าน้องวิน สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ผัดพริกแกงมื้อนี้มีประโยชน์เพราะใส่โปรตีนจากปลาทูน่าและมีวิตามินจากถั่วฝักยาว เท่านั้นยังไม่พอเพิ่มความหอมจากใบมะกรูดอีก ตักข้าวสวยรอไว้ได้เลยค่ะ

ส่วนผสม ทูน่าผัดพริกแกง

ปลาทูน่ากระป๋อง
ถั่วฝักยาวลวกสุก (หั่นเป็นท่อนสั้น)
น้ำพริกแกงเผ็ด
น้ำมันพืช (สำหรับผัด)
น้ำตาลปี๊บ
น้ำปลา
ใบมะกรูดซอยฝอย

วิธีทำทูน่าผัดพริกแกง

1. เทน้ำหรือน้ำมันออกจากทูน่ากระป๋องให้แห้ง นำถั่วฝักยาวไปลวกให้สุก เตรียมไว้

2. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะเล็กน้อย ใส่น้ำพริกแกงลงผัดจนหอม ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บและน้ำปลา

3. ใส่เนื้อปลาทูน่าลงไปผัดให้เข้ากัน (ชิมรสตอนนี้เลย อ่อนรสไหนก็เพิ่มได้เลยค่ะ) ใส่ถั่วฝักยาวที่ลวกแล้วลงไป ตามด้วยใบมะกรูดผัดให้เข้ากันอีกครั้ง พร้อมเสิร์ฟ

บรอกโคลีซอสปูใส่กุ้ง

บรอกโคลีซอสปูใส่กุ้ง

การกินบรอกโคลีดิบอาจทำให้ท้องอืดเหมือนกะหล่ำปลีและดอกกะหล่ำได้นะคะ เพราะเป็นผักอยู่ในตระกูลเดียวกัน แต่ถ้าเอามาปรุงสุกก็คงไม่แคล้วต้องทำเมนูบรอกโคลีผัดน้ำมันหอย บรอกโคลีผัดหมู หรือบรอกโคลีผัดกุ้งกันใช่ไหมคะ ถ้าหากกินจนเบื่อแล้วลองมาทำเมนูบรอกโคลีซอสปูใส่กุ้งกันบ้างดีกว่า สูตรจากนิตยสารแม่บ้าน สูตรนี้เอาบรอกโคลีไปต้มจนนิ่ม ราดส่วนผสมซอสที่ใส่กุ้งและปูลงไปด้วย เพิ่มสีสันจากแครอท ชามนี้ดูเว่อร์วังอลังการมาก ๆ เลยค่ะ

ส่วนผสม บรอกโคลีซอสปูใส่กุ้ง (สูตรสำหรับ 2 ที่)

น้ำเปล่า (สำหรับต้ม)
บรอกโคลี (ตัดเอาเฉพาะส่วนดอกเขียว) 200 กรัม
เกลือป่น (สำหรับลวกผัก) 1/2 ช้อนชา
น้ำซุปไก่ 1/2 ถ้วยตวง
เนื้อปู 120 กรัม
กุ้งสด (ปอกเปลือกผ่าหลังดึงเส้นดำออก) 7 ตัว
แครอทสับ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
ซอสหอยนางรม 1/2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันงา 1/2 ช้อนโต๊ะ
เหล้าจีน 1/2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
แป้งมันสำปะหลังผสมน้ำเปล่า 2+1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำบรอกโคลีซอสปูใส่กุ้ง

1. ต้มน้ำเปล่าให้เดือด ใส่บรอกโคลีและเกลือป่นลงต้ม 2 นาที ตักขึ้นแช่น้ำเย็น พักไว้ให้เย็น

2. ต้มน้ำซุปไก่ให้เดือด เติมเนื้อปู กุ้งสด และแครอทลงไป พอเริ่มเดือดปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำมันงา เหล้าจีน และพริกไทยป่นคนให้เข้ากัน

3. เติมแป้งมันสำปะหลังลงในน้ำซุปคนให้เข้ากันจนข้นเหนียว

4. จัดบรอกโคลีใส่จาน ราดด้วยส่วนผสมซอส จัดเสิร์ฟ

น้ำฟักข้าว

น้ำฟักข้าว

น้ำฟักข้าวมีเบต้าแคโรทีนสูง มีไลโคปีนจากเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวเป็นสารต้านมะเร็ง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหารอีกด้วย

ส่วนผสม น้ำฟักข้าว

ลูกฟักข้ำวสุก 1 กิโลกรัม
น้ำต้มสุก 1,500 มิลลิลิตร
น้ำตาลทราย 150 กรัม
น้ำะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่นหยาบ 1 ช้อนชำ

วิธีทำ น้ำฟักข้าว

1. ผ่าครึ่งฟักข้าว ใช้ช้อนตักเมล็ดออก ใส่ลงในกระชอนตาห่าง ๆ ใช้ช้อนขูดจนเนื้อเยื่อสีแดง ๆ ออกจากเมล็ดจนหมด

2. ใส่เนื้อเยื่อสีแดง ๆ ลงในน้ำาต้มสุก คนให้เข้ากัน กรองด้วยกระชอนตาถี่ ๆ

3. ใส่น้ำตาลทราย น้ำามะนาว และเกลือป่น คนให้เข้ากันชิมรส เปรี้ยว หวาน ตามชอบ นำเข้าตู้เย็น ก่อนดื่ม

น้ำเสาวรส

น้ำเสาวรส

น้ำเสาวรสกลิ่นหอมดื่มแล้วชื่นใจ แถมยังมีวิตามินซีสูง รวมทั้งวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตา และบำรุงผิวอีกด้วย

ส่วนผสม น้ำเสาวรส

เนื้อเสาวรส 500 กรัม
น้ำตาลทราย 200 กรัม
น้ำเปล่า 500 กรัม
เกลือป่นหยาบ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำน้ำเสาวรส

1. ใส่เนื้อเสาวรสและน้ำเปล่าลงในโถปั่นน้ำผลไม้ ปั่นจนละเอียด จากนั้นเทใส่หม้อ

2. ยกขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทรายและเกลือป่น คนจนส่วนผสมเดือด ยกลงกรองผ่านกระชอน หรือผ้าขาวบาง นำเข้าตู้เย็น ก่อนดื่ม

แซนด์วิชไส้กรอกชีส

แซนด์วิชไส้กรอกชีส

เมนูนี้เราเลือกใช้ขนมปังเฟรนช์เบรดที่มีแป้งหนา อร่อยเต็มคำกว่ามาแทนขนมปังฮอตดอก

ส่วนผสมสำหรับ 1-2 ที่

ขนมปังเฟรนช์เบรด 1 แท่ง ไส้กรอกชีสรมควันย่าง 2 ชิ้น ผักสลัดใบเขียว 50 กรัม แตงกวาสไตซ์ยาว 1 ผล มะเขือเทศหั่นแว่น 1 ผล เนยเค็ม 3 ช้อนโต๊ะ ซอสมัสตาร์ด ซอสพริก และซอสมะเขือเทศตามชอบ

วิธีทำ

1. ผ่าครึ่งขนมปังตามยาวออกเป็น 2 ส่วนแล้วทาเนยให้ทั่ว นำไปปิ้งให้ขนมปังกรอบ จากนั้น นำเครื่องปรุงต่างๆ มาเรียงใส่ลงบนชิ้นขนมปังให้สวยงาม
2. ราดซอสต่าง ๆ ตามที่ชอบแล้วนำขนมปังอีกชิ้นมาประกบปิด ตกแต่งให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ

ข้าวต้มไก่

ข้าวต้มไก่

น้ำซุปหอมกลมกล่อม เข้มข้นอร่อยรสขึ้นได้ด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว

ส่วนผสมสำหรับ 1-2 ที่

ข้าว 1 ถ้วย เนื้ออกไก่บด 150 กรัม น้ำสต็อกผัก 2 ถ้วย ซีอิ๊วขาว 4-5 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา ขึ้นฉ่าย ต้นหอม และผักชีซอย 1 ถ้วย น้ำมันกระเทียมเจียว 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. เติมซีอิ๊วและน้ำตาลลงคลุกเคล้ากับเนื้อไก่ให้เข้ากัน แล้วปั้นเป็นก้อนเล็กๆ ใส่ลงในน้ำซุปเดือดๆ รอจนสุก ตักขึ้นพักไว้

2. ต้มน้ำซุปพอเดือดอีกครั้ง ใส่ข้าวแล้วเคี่ยวจนเมล็ดข้าวสุกบาน จากนั้น ใส่เนื้อไก่ปรุงรสที่พักไว้ ปรุงรสข้าวต้มด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำตาลทราย ชิมรสตามชอบ ตักใส่ถ้วย แล้วโรยหน้าด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว ขึ้นฉ่าย ต้นหอม และผักชี พร้อมเสิร์ฟ